สร้าง Landing Page สำหรับ Facebook Ads Campaign อย่างไร ให้ธุรกิจได้ Leads เพิ่มขึ้น
  

เลือกอ่านตามหัวข้อ

- บทนำ
- Facebook Landing Pages Ads คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับการได้มาซึ่งยอด Leads ?
- มีเทคนิคสร้างสรรค์ Landing Page สำหรับ Facebook Ads Campaign อย่างไรให้ธุรกิจได้ Leads เพิ่มขึ้น ?
- สรุปทั้งหมด
สร้าง Landing Page บน Facebook สำหรับ Leads Form Campaign อย่างไรให้ธุรกิจได้ Leads เพิ่มขึ้นแบบคูณสอง ติดตามเคล็ดลับได้ในบทความนี้เลย

เชื่อว่านักการตลาดทุกท่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ล้วนทราบกันดีถึงประสิทธิภาพของการทำโฆษณาผ่าน Social Media โดยเฉพาะ Facebook ที่จะเป็นประเด็นหลักที่ผมจะมาอธิบายให้ทุกท่านทราบในบทความนี้ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ครับว่าการทำ Facebook Ads เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มการรับรู้ให้แก่แบรนด์ (ฺBrand Awareness) , สร้างโอกาสในการทำธุรกิจเช่น สร้างยอดขาย สร้างฐานผู้ติดตามให้มากขึ้น 

ด้วยข้อดีที่ Facebook ถือเป็น Social Media อันดับ 1 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก การันตีตัวเลขของ Active User ในระดับ 2 พันล้านคน และสำหรับในบ้านเรา Facebook นี่แหละที่เป็นแพลทฟอร์ม Social Media ที่มีความหลากหลายในด้านวัยของ User มากที่สุดเมื่อเทียบกับแพลทฟอร์ม Social Media อื่นๆ ที่อาจจะมีผู้ใช้งานหนักไปทางวัยรุ่นเช่น Instagram , Twitter 

ซึ่งสถิติจาก Dialogtech ก็ชี้ชัดเลยครับว่าการทำ Facebook Ads นี่แหละที่ตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับการซื้อโฆษณาผ่านทางแพลทฟอร์ม Social Media ที่นักการตลาดทั่วโลกยอมรับในประสิทธิภาพว่า กินขาด กว่าแพลทฟอร์ม Social Media ตัวอื่นๆ

ภาพจาก dialogtech

และการทำ Facebook Ads เองนอกจากจะได้เปรียบในด้านผู้ใช้งานที่เยอะแล้วสำหรับการทำโฆษณาก็มีตัวเลือกรูปแบบแคมเปญของการโฆษณา (Ads Campaign) ที่หลากหลายกันออกไป ตามวัตถุประสงค์ที่เราต้องการใช้งานเช่น Brand Awareness , Page Like , Engagement , App Install หรือ “Conversion” ที่เป็นสิ่งที่นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่อยากได้จากลูกค้ามากที่สุด

เพราะ Conversion ถือเป็นเป้าหมายที่สามารถทำให้คุณได้ยอดขาย หรือจำนวนยอด Leads จากกลุ่มเป้าหมายได้เร็วที่สุด แต่การที่จะทำให้คุณได้มาซึ่งยอด Conversion ที่คุณใฝ่ฝันไว้นั้น อันดับแรกสิ่งที่คุณต้องมี ก็คือ “Landing Page Website” ที่จะทำหน้าที่เป็นเหมือนกระดาษ ให้ User ได้เริ่มต้นกรอก Leads และโอกาสสร้าง Conversion ให้กับธุรกิจของคุณ

โดยในบทความนี้ The Growth Master จะขอพาคุณไปทำความรู้จักกับ Facebook Landing Pages Ads ให้มากขึ้นว่า ในการสร้าง Landing Page เพื่อใช้ประกอบการทำ Ads Campaign มีความสำคัญอย่างไรและสามารถสร้างประโยชน์อะไรให้กับธุรกิจได้บ้าง รวมไปถึงเทคนิคในสร้างสรรค์ Landing Page ให้ได้ยอด Leads และ Conversion กับธุรกิจคุณได้มากที่สุด 

หากพร้อมแล้ว ไปเริ่มต้นศึกษาพร้อมกันได้เลย!


ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ติดตามได้หลากหลายช่องทางที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube
Subscribe

Facebook Landing Pages Ads คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับการได้มาซึ่งยอด Leads ?

Facebook Landing Page Ads เอาจริงๆ ก็คือเว็บไซต์ Landing Page ที่ถูกนำมาอยู่ในรูปแบบของโฆษณา Facebook นี่แหละครับ โดยหน้าที่ของเจ้า Facebook Ads Landing Page ก็คือการเก็บยอด Leads หรือ Conversion จากกลุ่มเป้าหมายที่อยู่บนหน้า Facebook (เช่นให้ลูกค้ากรอกข้อมูลเพื่อสมัครสมาชิก สอบถามข้อมูล หรือกดสั่งซื้อสินค้า ในกรณีที่เป็นเว็บไซต์ E-Commerce) 

ตัวอย่างของ Facebook Landing Page Ads ภาพจาก Radius

ซึ่ง Flow หรือขั้นตอนของการทำงานจะเริ่มต้นตั้งแต่เราเริ่มทำการสร้าง Landing Page ขึ้นมาให้เรียบร้อย จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่การทำโฆษณาผ่านทาง Facebook ในวัตถุประสงค์ Conversion Objective

จากนั้นคุณก็แค่เข้าไปใส่ข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญต่อการทำ Facebook Ads เช่นกลุ่ม Target Audience , Budget , Connection , Placement , Time Scheduel แล้วเริ่มทำการยิงโฆษณาเหมือนดั่งโฆษณาอื่นๆ

โดยการทำ Facebook Landing Page Ads แบบดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการใช้ Paid Ads เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน (ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเราไม่เคยเจอ Ads ลักษณะนี้ในหน้า News Feed ของเรา)

แต่สำหรับใครที่ยังลังเลอยู่ว่าการทำ Facebook Landing Page Ads จะมาช่วยทำให้ธุรกิจของคุณได้ยอด Leads แบบที่คุณคาดหวังไว้ได้หรือไม่ ? ผมเลยขอใช้พื้นที่ตรงนี้ มาบอกประโยชน์และความสำคัญของการทำ Facebook Landing Page Ads สัก 3 ข้อนะครับ

  • ให้ธุรกิจได้ยอด Leads , Conversion เพิ่มขึ้นหลายเท่า

แน่นอนครับว่าการทำ Facebook Ads ในลักษณะ Website Conversion เป้าหมายของการทำโฆษณาในลักษณะนี้ก็คือต้องการให้ธุรกิจของเรา ได้รับยอด Leads หรือ Conversion จากลูกค้าเพื่อเป็นโอกาสในการทำธุรกิจต่อไป ในอนาคต

เพราะลำพังการจะพึ่งเพียง Organic Post (ในกรณีที่ธุรกิจของคุณมี Facebook Page) อาจจะทำให้คุณได้ยอด Conversion จริงครับ แต่ก็อาจจะเป็นจำนวนที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่คุณวางไว้ 

การซื้อโฆษณานี่แหละครับ จึงเป็นทางเดียวที่จะทำให้คุณได้กระจาย Info ไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ได้อย่างทั่วถึง และเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้หลายเท่า แต่จะได้ Conversion มามากหรือน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการตั้ง Target Audience , จำนวน Budget ที่คุณมีครับและการออกแบบ Landing Page ให้ถูกจริตกลุ่มเป้าหมายที่สุดครับ

ภาพจาก Tallcube
  • เก็บข้อมูลที่สำคัญ สำหรับการทำการตลาด

นอกจากการได้มาซึ่งยอด Leads และ Conversion แล้ว คุณยังสามารถใช้ประโยชน์จากการมี Landing Page เก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญๆ (Market Research) ที่สามารถนำมาเป็นประโยชน์ต่อการทำการตลาดของธุรกิจคุณในอนาคตได้อีกด้วย

เช่นคุณอาจจะลองติดตั้งระบบเก็บ Data (เช่น Google Analytics) ลงใน Landing Page ที่คุณทำการโฆษณาใน Facebook เพื่อใช้เป็นตัวเก็บข้อมูลที่สำคัญของ Visitor ที่เข้าชมเว็บเช่น Page View , Avg. Time , % Exit เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงการทำการตลาดของธุรกิจคุณต่อไป

หรือคุณอาจจะนำ User Data ที่ได้มาไปต่อยอดทำ Retargeting เพื่อเป็นเหมือนการง้อลูกค้าที่ปฏิเสธข้อเสนอที่คุณลงโฆษณาไปเมื่อคราวแรก ให้กลับมาสนใจในข้อเสนอของคุณอีกครั้งก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

  • สร้าง First Business Impression ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณ

ถ้าประโยชน์ของเว็บไซต์ คือการทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น หน้าเว็บไซต์ Landing Page ก็ต้องเป็นเช่นนั้นเหมือนกันครับ

แม้นักการตลาดหลายท่านอาจมองว่า แค่การเก็บข้อมูล ให้ลูกค้ากรอก Lead ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้าง Landing Page ขึ้นมาใหม่ก็ได้มั้ง (อาจใช้ Google Form , Facebook ในการเก็บข้อมูลแทน) แต่ในความเป็นจริงแล้ว เพียงแค่คุณมี Landing Page ที่ออกแบบได้อย่างดีเยี่ยม จะทำให้ธุรกิจของคุณดูมีความน่าเชื่อถือขึ้น มีความเป็นธุรกิจมืออาชีพในสายตาของกลุ่มเป้าหมายทันที

เพราะคุณต้องอย่าลืมนะครับว่า เมื่อทำการยิง Facebook Ads แล้วสำหรับ User บางคนนี่อาจจะเป็นโอกาสแรกในการที่พวกเขาจะได้ทำความรู้จักกับธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณ เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เป็นครั้งแรก ต้องทำออกมาให้ “Perfect” ที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้

สร้างLanding Page บน Facebook Ads Campaign อย่างไรให้ธุรกิจได้ Leads เพิ่มขึ้น ?

สำหรับนักการตลาดท่านใด ที่อยากทราบแล้วว่า ในการสร้างสรรค์ Landing Page เพื่อใช้สำหรับ Facebook Ads Campaign ให้ดึงดูดใจลูกค้าจนได้ Leads เพิ่มขึ้น ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ?

ในหัวข้อนี้ The Growth Master ได้รวบรวม 4 ทริคง่ายๆ ที่คุณสามารถเริ่มเปลี่ยนแปลงได้ทันทีเมื่ออ่านจบ ซึ่งในแต่ละทริคที่เรานำมาฝากกันจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง ลองติดตามกันได้เลยครับ

1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาหน้า Landing Page เกี่ยวข้องกับ Ads ของคุณ

เป็นสิ่งแรกที่คุณควรต้องให้ความสนใจเลยครับ หากต้องการให้การทำ Facebook Landing Page Ads ของคุณประสบความสำเร็จ นั่นก็คือการทำเนื้อหาให้สอดคล้องกันระหว่าง Landing Page และ Facebook Ads

ก่อนอื่น ผมต้องอธิบายก่อนครับว่า เรื่องนี้จะมีตัวละครด้วยกัน 2 ตัวก็คือ Facebook Ads กับ Landing Page ซึ่งเราต้องแยกหน้าที่ของแต่ละอย่างให้ได้ก่อนครับ อย่าง Facebook Ads ก็คือการใช้รูปภาพประกอบ , การเขียน Copywriting ของโฆษณา และ Social Meta Tags ของเว็บไซต์ทั้งหมดนี้จะอยู่ส่วนของ Facebook Ads แต่ Landing Page ก็คือ Content ทั้งหมดที่อยู่ “ภายในเว็บไซต์” ของคุณ 

ซึ่งในการสร้างสรรค์ Landing Page เพื่อใช้สำหรับ Facebook Ads Campaign ที่ดีนั้นคุณควรต้องทำให้ เนื้อหาของ Ads กับสิ่งที่คุณต้องการจากลูกค้าเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือเหมือนกันได้ยิ่งดีครับ

ภาพจาก wordstream

ภาพด้านบน เป็นตัวอย่างของ Landing Page Ads แบรนด์เสื้อผ้า Five Four พวกเขาใช้การเขียน Copywriting รวมถึงรูปประกอบที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวแบรนด์อย่างเห็นได้ชัด เพื่อดึงดูดให้เข้าไปยังตัวเว็บ

เมื่อกดเข้าไปยังเว็บไซต์ก็จะเจอเนื้อหาและรูปภาพที่มีความเกี่ยวข้องกับโปรโมชั่นที่ได้ทำการโฆษณาไว้ ให้คุณสามารถเริ่มชอปปิ้งได้เลยเพียงแค่กดปุ่ม CTA (Get Started)

ส่วนสาเหตุที่ต้องทำให้ทั้ง Ads และ Landing Page มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันเพราะถ้าในกรณีที่เนื้อหาของ Ads ไม่มีคล้ายกับ Landing Page จะทำให้ลูกค้า เกิดความรู้สึกด้านลบกับธุรกิจของคุณทันที เช่น บริษัทคุณเป็น Website Agency คุณเขียนข้อความโฆษณา Landing Page Ads ว่า “แจกฟรี E-Book Website Design” แต่เมื่อกดเข้าไปกลับต้องลงคอร์สเรียน Website Design 5,000 บาทก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับ E-Book

ถ้าเป็นลักษณะเช่นนี้ จริงอยู่ที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นคอร์สเรียนของคุณ แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าพวกเขาไม่ได้มีความสนใจที่จะเรียนออนไลน์ พวกเขาจะปิดเว็บของคุณไป แล้วไม่สนใจในตัวคุณอีกเลย 

เพราะฉะนั้นคุณต้องอย่าสร้างความรู้สึกด้านลบให้กับกลุ่มเป้าหมาย และพยายามทำให้ Ads และ Content ใน Landing Page มีเนื้อหาเดียวกัน วิธีนี้แหละครับ ที่จะสามารถดึง User ให้เข้ามาสร้าง Concersion ได้ดีที่สุด‍

2. ปุ่ม Call to Action ต้องสามารถดึงดูดลูกค้าได้

เมื่อทำการสร้างสรรค์ Ads และLanding Page ได้เป็นอย่างดีแล้ว อีกสิ่งที่คุณต้องใส่ใจให้มากๆ นั่นก็คือปุ่ม Call To Action หรือ CTA เพราะเจ้าปุ่ม CTA นี่แหละที่จะทำหน้าที่เป็นประตู ให้คุณได้พบกับยอด Leads , Conversion ที่คุณใฝ่ฝัน

แต่การสร้าง CTA ให้โดดเด่นจนสามารถดึงดูดลูกค้าได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยครับเพราะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างทีม Marketing และทีม Website Design ในการหา CTA ที่โดดเด่นที่สุด

ซึ่งเทคนิคที่ได้ผลเป็นอย่างดีสำหรับการสร้างสรรค์ CTA นั้นก็คงหนีไม่พ้นเทคนิค FOMO หรือ Fear Of Missing Out มาใช้ หรือก็คือการใช้เวลามาเป็นตัวล่อ กระตุ้นความรู้สึกลูกค้าให้สร้าง Conversion กับเว็บไซต์ของคุณ

เช่นการติดตั้งระบบ Countdown Timer , การเขียน Copywriting CTA แสดงถึงความ “จำกัด” ของสิทธิพิเศษต่างๆ ภายในหน้า Landing Page ของคุณเพื่อเป็นการบ่งบอกให้ลูกค้าดำเนิน Coversion ทันที

ภาพจาก Meks

รวมไปถึงเทคนิคในการใช้สีของปุ่มที่ตัดกันสีพื้นหลังเว็บไซต์ ชูให้โดดเด่นขึ้น และการคิด CTA Text บนปุ่มให้ดึงดูดและมีความ Personalized ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้ CTA ของคุณมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นครับ

3. ดีไซน์หน้า Landing Page ให้รองรับทุกอุปกรณ์

จากผลสำรวจของ Connectio พบว่า 94% ของผู้ที่ตัดสินใจดำเนิน Conversion บน Facebook Landing Page Ads มาจากการเข้าใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ

เพียงแค่ผลสำรวจนี้ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้คุณต้องลองหันกลับมามอง Landing Page ของคุณเองว่ามีการรองรับการใช้งานหลากหลายอุปกรณ์หรือไม่ (Responsive Design) เนื่องจากหน้า Landing Page บางเว็บไซต์อาจแสดงผลได้อย่างถูกต้องบน Desktop แต่อาจไม่แสดงผลบนโทรศัพท์มือถือ

ภาพจาก Adaoncloud

ซึ่งถ้าคุณมีการออกแบบหน้า Landing Page รวมไปถึง Lead Form ให้รองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์ก็เท่ากับว่าการทำ Facebook Landing Page Ads ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพและเห็นผลได้ไวยิ่งขึ้น เพราะคุณได้มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับลูกค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นนั่นเอง

และแน่นอนครับ เรื่อง Leads หรือ Conversion ที่เป็นเป้าหมาย คุณก็มีโอกาสที่จะได้มาอย่างไม่ยากเย็นเช่นกัน

4. Benefits ที่ลูกค้าจะได้รับ ต้องโดดเด่นที่สุด

ทริคสุดท้ายที่เราอยากจะแนะนำเป็นทริคง่ายๆ นั่นก็คือการออกแบบ Landing Page Ads Image และ ส่วนของ Landing Pages Design โดยใช้ข้อเสนอที่คุณต้องการนำมาล่อใจกลุ่มเป้าหมายเป็น Main Focus หรือให้โดดเด่นที่สุดครับ

ภาพจาก Hubspot

จากตัวอย่างคุณจะสังเกตุได้ว่า Ads Image ที่ทาง Hubspot ได้เลือกนำมาใช้พวกเขาไม่จำเป็นต้องเขียนอะไรเยอะเลยครับ บอกไปตรงๆ เลยว่า แจกฟรี Social Media Content Calendar แล้วทำการดีไซต์ Artwork ให้ใจความสำคัญที่พวกเขาต้องการสื่อ ออกมาโดดเด่นที่สุด


ภาพจาก Hubspot

ซึ่งเมื่อกดเข้าไปยังหน้า Landing Page แล้วก็พบว่า Landing Page ของทาง Hubspot ก็ไม่ได้มีอะไรยืดยาวเลยครับ ยังตรงประเด็นเหมือนเดิม แต่จะเพิ่มเติมรายละเอียดมาเล็กน้อย พร้อมด้วยปุ่ม CTA ให้ลูกค้าเข้าไปกรอก Leads เพียงเท่านี้คุณก็ได้รับ Social Media Content Calendar ไปเลย 

เรียกว่าเป็นเทคนิคที่ทำให้ลูกค้าไม่เกิดความสับสนหรือหลงประเด็นที่เราต้องการทำการโฆษณา ซึ่งต้องเรียนให้ทราบครับว่าทันที ถ้าลูกค้าเกิดหลงประเด็น ลังเล สับสนขึ้นมา พวกเขาอาจจะไม่ทำการกรอก Leads ให้กับคุณและอาจปิดเว็บไซต์คุณไปทันที ทำให้การทำโฆษณาของคุณไม่ประสบความสำเร็จนั่นเองครับ

สรุปทั้งหมด

จากเนื้อหาทั้งหมดที่ผมได้นำเสนอไป เราแทบจะเห็นได้ชัดทันทีเลยครับว่าความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ “การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า” ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Facebook Ads หรือส่วนของ Landing Page ต้องไม่สร้างความรำคาญหรือประสบการณ์แย่ให้กับลูกค้าเด็ดขาด

เพราะอย่างที่ผมกล่าวไปเมื่อตอนต้นของบทความครับ การที่คุณใช้การยิง Facebook Ads ไปสำหรับลูกค้าบางคน นี่คือโอกาสแรกที่พวกเขาจะได้ทำความรู้จักกับธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณ คุณต้องใช้โอกาสและการลงทุนครั้งนี้ทำมันให้ออกมาดีที่สุด

สุดท้ายผมหวังว่านักการตลาดทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้นะครับ ถ้าคุณชอบบทความของเราก็อย่าลืมกด Like หรือแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม The Growth Master ด้วยนะครับ :)

PEA TANACHOTE

อดีตนักร้อง ที่ผันตัวมาเขียนคอนเทนต์ เชียร์ลิเวอร์พูล ชอบดู We Bare Bears นักเขียนคอนเทนต์ที่ใครๆ ก็ต้องการตัว (โดยเฉพาะตำรวจ)

นักเขียน
PEA TANACHOTE